สงสัยกันไหม?
ทำไมการทำอะไรเป็น Routine
ถึงเป็น Safe Zone สำหรับใครบางคน

ทำไมการทำอะไรเป็น Routine
ถึงเป็น safe zone
สำหรับใครบางคน

ทุกวันนี้คนจำนวนไม่น้อยชอบใช้ชีวิตแบบ Routine หรือการทำกิจวัตรประจำวันเดิมๆ เพราะทำให้เรารู้สึกถึงความแน่นอนและความปลอดภัยในชีวิต เนื่องจากการทำอะไรซ้ำเดิม ทำให้ไม่ต้องตัดสินใจอะไรใหม่ทุกวัน 

เช่น การกินกาแฟรสชาติเดิมทุกวัน หรือการเดินทางไปในเส้นทางเดิม การกินอาหารเมนูซ้ำๆ หรือแม้แต่การตื่นขึ้นมาต้องไถฟีดโทรศัพท์ตอนเช้าเป็นประจำ การทำสิ่งเหล่านี้ทุกวันจนเคยชินทำให้เราไม่ได้สังเกตหรือนึกถึงชีวิตที่เป็นระเบียบในโลกที่ไม่แน่นอน

จากผลสำรวจของ The Panel Station พบว่า 61.8% ใช้ชีวิตประจำวันเป็น Routine รวมถึงการวิจัยของ University of Surrey, University of South Carolina และ CQUniversity ได้ระบุว่า พฤติกรรมที่เราทำในชีวิตประจำวัน 66% มาจากความเคยชินไม่ได้มาจากความตั้งใจของเรา 

สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นชี้ให้เห็นว่า เกือบ 2 ใน 3 ของวัน ที่สมองของเราเปิดโหมดอัตโนมัติ ทำกิจวัตรประจำวันเดิมๆ โดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นอาจเป็นเพราะ สมองของเราต้องการประหยัดพลังงาน ร่างกายไม่เปลืองแรง และรู้สึกปลอดภัยในการใช้ชีวิต รวมถึงทำให้เราดูแลสุขภาพกายและใจได้ดีกว่าคนที่ไม่ทำอะไรตามกิจวัตรประจำวัน

วันนี้ Mental Life by Chanisara จะพาทุกคนไปไขข้อสงสัยว่า ทำไมการทำอะไรเป็น Routine ถึงเป็น Safe Zone สำหรับใครบางคน

Routine

ทำไมคนถึงชอบทำอะไรเป็น Routine

คำว่า Routine ก็คือกิจวัตรประจำวันของเราที่ทำซ้ำๆ ทุกวันจนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ถึงแม้มนุษย์หลายคนชอบการเปลี่ยนแปลง อยากได้ประสบการณ์ใหม่ๆ หรืออยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น

แต่ทำไมคนส่วนมาก มักชอบทำกิจวัตรประจำวันซ้ำๆ ในทุกวัน ซึ่งในบางครั้งเราไม่ได้ใช้ความคิดหรือหัวใจในการตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเลยด้วยซ้ำ แต่เรากลับทำสิ่งนั้นด้วยความเคยชิน ทำซ้ำๆ จนสมองรับรู้ว่าการทำสิ่งนั้นปลอดภัย จนกลายเป็นว่าเราทำสิ่งนั้นโดยอัตโนมัติในชีวิตประจำวัน

การทำอะไรเป็น Routine ทำให้ไม่ต้องตัดสินใจอะไรใหม่ๆ

สมองของเราหนักเพียงแค่ 2% ของน้ำหนักร่างกาย แต่กลับใช้พลังในการคิดและตัดสินใจถึง 20% ซึ่งการตัดสินใจอะไรใหม่ๆ ทุกวันอาจจะทำให้เราเกิดความเครียดได้

เนื่องจากการที่ต้องตัดสินใจหรือทำอะไรใหม่ๆ อาจเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถคาดการณ์ผลลัพธ์ที่จะเกิดได้ อย่างไรก็ตามการที่เราต้องตัดสินใจหรือทำอะไรใหม่ๆ ไม่ได้ทำให้เราเกิดความเครียดทุกครั้ง 

นอกจากนี้ การทำอะไรเป็นกิจวัตรประจำวันทุกวันทำให้สมองของเรา จดจำและทำตามโดยอัตโนมัติ เช่น การเดินกลับบ้านทางเดิม การกินกาแฟตอนเช้าก่อนไปทำงาน ซึ่งจะทำให้สมองของเราเหนื่อยน้อยลง และทำให้เรามีเวลาไปคิดงานหรือเรื่องอื่นมากขึ้นนั่นเองค่ะ ซึ่งเราจะยกตัวอย่างมา 3 เหตุผลดังนี้

การทำอะไรเป็น Routine ทำให้เราทำกิจวัตรประจำวันได้สำเร็จลุล่วง

โดยไม่ต้องฝืน หากเราเปลี่ยนจากสิ่งที่เราต้องทำเป็นความเคยชิน จะทำให้เราสามารถทำสิ่งนั้นโดยอัตโนมัติ โดยที่เราคาดการณ์ผลลัพธ์ได้อยู่แล้วว่าจะสำเร็จลุล่วง เพราะเราทำเป็นประจำ เช่น เราเดินทางกลับบ้านเส้นทางนี้ทุกวัน เราจะมั่นใจว่าเราจะไม่หลงค่ะ

การทำอะไรเป็น Routine ทำให้เรารู้สึกว่าเราสามารถควบคุมตัวเองได้ 

เพราะเราจะสามารถทำสิ่งที่เราต้องทำให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีในแต่ละวัน การที่เราทำอะไรสำเร็จจะทำให้เรารู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้นและทำให้เรารู้สึกว่าเราสามารถควบคุมชีวิตตัวเองได้นั่นเองค่ะ

การทำอะไรเป็น Routine ทำให้รู้สึกปลอดภัยในชีวิต

มนุษย์อย่างเราหากถามว่าความสุขกับความปลอดภัยคนส่วนมากต้องการอะไรมากกว่ากัน เราเชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยให้ความสำคัญกับความรู้สึกปลอดภัยของตัวเองมากกว่า

การทำอะไรเป็น Routine ทำให้เรารู้สึกปลอดภัย ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องตัดสินใจอะไรใหม่ เช่น กินข้าวร้านเดิม ฟังเพลงเดิม ทำงานแบบเดิม เพราะเราควบคุมสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้และรู้ว่าผลลัพธ์มันจะคืออะไร จึงทำให้รู้สึกปลอดภัยทางใจ

นี่เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า ทำไมคนจำนวนไม่น้อยถึงชอบทำอะไรเป็น Routine กันค่ะ

เมื่อเราเครียดเราจะกลับไปหา Routine เดิม?

เวลาคนเราเครียดเรามักจะชอบกลับไปทำ Routine เดิมๆ เช่น เวลาเลิกกับแฟน สูญเสียคนรัก ตกงาน หรือมีปัญหาชีวิต เพราะการทำเช่นนั้นทำให้เรารู้สึกมั่นคงในชีวิต ลดความเครียด ความวิตกกังวลนั่นเองค่ะ

การทำอะไรเป็น Routine ทำให้เราไม่ต้องตัดสินใจอะไรใหม่ๆ
ลดความเครียด และรู้สึกมั่นคงในชีวิต
นั่นจึงทำให้คนจำนวนไม่น้อยชอบทำอะไรเดิมที่คุ้นเคยนั่นเองค่ะ


Source

https://www.thepanelstation.com/insights-stories/a-sneak-peek-into-peoples-daily-routines/

https://www.cqu.edu.au/news/1244394/most-daily-actions-driven-by-habit-research-reveals 

https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC124895/ https://www.psychologytoday.com/us/blog/nurturing-resilience/202503/the-simplest-antidote-for-uncertainty-routine 

Related Articles

ชวนรู้จัก “Turtle Theory” เดินอย่างเชื่องช้า แต่ก้าวหน้าอย่างมั่นคง

ชวนรู้จัก “Turtle Theory” เดินอย่างเชื่องช้า แต่ก้าวหน้าอย่างมั่นคงสู่ความสำเร็จ ตอนเด็กๆ หลายคนคงเคยได้ยินนิทานเรื่องกระต่ายกับเต่ากันใช่ไหมคะ ถึงเต่าจะเชื่องช้า แต่เขาไม่เคยหยุดเดิน จนเข้าเส้นชัยได้สำเร็จ เช่นเดียวกับ “Turtle Theory” ในมุมที่เราจะสื่อถึงอาจไม่ใช่ทฤษฎีทางจิตวิทยาโดยตรง แต่เป็นสิ่งที่จะทำให้เราได้ค้นพบความหมายของชีวิต นั่นคือ การลองก้าวเดินอย่างช้าๆ ชะลอชีวิต ไม่ต้องไปโฟกัสว่าใครจะเดินเร็วกว่าเรา ซึ่งเป็นการลดความเครียดและปกป้องหัวใจของตัวเอง 

ไขข้อสงสัย ลืมของบ่อยๆ แค่ลืมหรือเสี่ยงอัลไซเมอร์กันแน่

ไขข้อสงสัย ลืมของบ่อยๆ  แค่ลืมหรือเสี่ยงอัลไซเมอร์กันแน่ เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมเราชอบลืมของบ่อยๆ เดียวลืมกระเป๋าสตางค์ เดี๋ยวลืมกุญแจรถ เดี๋ยวลืมแว่น หรือบางคนลืม Notebook ไว้ที่บ้านแล้วตัวเองมาทำงาน เพราะอะไรกันนะเราถึงได้ลืมของที่เราจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน  สำนักข่าว Times of India ได้ลงผลสำรวจที่มีชื่อว่า Average person forgets

Mom and kids… ทำไมแม่ถึงต้องคิดไปไกลเสมอ

แม่คิดเยอะเกินหรือกังวลมากไปรึเปล่า? ความรักของแม่ เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่เสมอ นั่นทำให้แม่อาจจะคิดไปไกลมากกว่าคนอื่นๆ หลายคนอาจจะพูดว่าแม่คิดมาก แต่แท้จริงแล้วแม่แค่คิดไปเผื่อวันข้างหน้า เพื่อให้ลูกเติบโตมาอย่างดีที่สุด จึงคิดไปไกลตั้งแต่อยู่ในท้องไม่ว่าจะเป็นลูกถนัดทางด้านไหน จะเรียนที่ไหน หรือเติบโตในสภาพแวดล้อมอย่างไรและอีกมากมาย การคิดมากของแม่เกิดจากกระบวนการในสมอง เพราะสมองถูกออกแบบมาให้คาดการณ์อนาคต โดยจำข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีตร่วมกับปัจจุบัน เตรียมร่างกายเพื่อระวังภัยในอนาคตที่จะเกิดขึ้นกับลูกได้ เพื่อให้ลูกปลอดภัย เช่น แม่คิดว่าลูกจะหกล้ม ก็จะเอามือไปจับก่อนที่เหตุจะเกิดนั่นเองค่ะ  อย่างไรก็ตาม เราต้องเข้าใจว่าเราไม่อาจควบคุมทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้